ชาวสีคิ้วเกรงผลกระทบต่อชุมชนทั้งมลพิษทางอากาศ พื้นที่เกษตรกรรม ลำรางน้ำสาธารณะและระบบนิเวศ อีกทั้งการออกใบอนุญาต ซึ่งมีกระบวนการและรวบรัดขั้นตอนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การจัดประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการให้ข้อมูลไม่ทั่วถึงและครบถ้วนทำให้ชาวบ้านขาดโอกาสเข้าถึงข้อมูลอย่างเพียงพอ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 พ.ค. 2562  ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นางสาวสุรีรัตน์  ด่านกุล แกนนำกลุ่มชาวสีคิ้วคัดค้านโรงไฟฟ้าชีวมวลพร้อมชาวสีคิ้ว สวมเสื้อยืดสีเขียว “ เราไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวล ” จำนวน 20 คน นัดรวมตัวยื่นหนังสือคัดค้านการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้า ฯ ให้นายวิเชียร  จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ขอให้ตรวจสอบและมีคำสั่งระงับการดำเนินกิจการของโรงงานไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท ยูนิพาวเวอร์เทค จำกัด โดยลงทุนก่อสร้าง ฯ มูลค่า 800 ล้านบาท บนที่ดินกรรมสิทธิ์ประมาณ 200 ไร่ ที่บ้านหนองรี หมู่ 3 เขตองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สีคิ้ว อ.สีคิ้ว ตั้งอยู่ห่างจากตลาดสดและแหล่งชุมชนประมาณ 2 กิโลเมตร โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าว ได้นำเศษไม้ เปลือกไม้และรากเหง้ามันสำปะหลังรวมทั้งวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าขนาดกำลัง 9.9 เมกกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

ชาวสีคิ้วเกรงผลกระทบต่อชุมชนทั้งมลพิษทางอากาศ พื้นที่เกษตรกรรม ลำรางน้ำสาธารณะและระบบนิเวศ อีกทั้งการออกใบอนุญาต ซึ่งมีกระบวนการและรวบรัดขั้นตอนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การจัดประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการให้ข้อมูลไม่ทั่วถึงและครบถ้วนทำให้ชาวบ้านขาดโอกาสเข้าถึงข้อมูลอย่างเพียงพอ

นางสาวสุรีรัตน์ เผยว่า กลุ่มชาวสีคิ้วคัดค้านไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวล ดำเนินการคัดค้านการตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน ชาวสีคิ้วฯ ไม่เคยกระทำการใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จนกระทั่งศาลปกครอง ฯ มีคำพิพากษา ปฏิบัติตามกฎหมายมาโดยตลอด แต่การที่กลุ่มชาวสีคิ้ว ฯ อยู่ในความสงบ เพื่อรอฟังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ปรากฏว่า ทางโรงงานฯ และทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ดำเนินการออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าและ ทดลองการเดินเครื่องโดยทำการเผาเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าตลอดเวลา ทำให้เกิดความเสียหาย ความ เดือดร้อนกับประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับโรงงาน ทั้งๆที่คำพิพากษาคดียังไม่ถึงที่สุด เพราะศาลปกครอง นครราชสีมา ได้พิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตทั้งสองฉบับไว้แล้ว เพียงแต่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราวให้ใบอนุญาตทั้งสองฉบับดังกล่าว มีผลบังคับใช้ไปชั่วคราวจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมี คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งโดยจริยธรรมและโดยความชอบธรรมแล้วคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ควรรอให้มีคำพิพากษาถึงที่สุดเสียก่อน

เงื่อนไขที่จะออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าได้นั้น ทางโรงงานฯ ต้องทำ ประมวลหลักการ ปฏิบัติ ( Code of Practice ) ว่าด้วยมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงงานไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ ซึ่งในเงื่อนไขข้อกำหนดดังกล่าว ทางกลุ่มชาวสีคิ้ว ฯ ขอกราบเรียนต่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมาว่า นับแต่ชาวสีคิ้ว ฯ ทำการต่อต้านคัดค้านและฟ้องร้องต่อศาลปกครองนครราชสีมาจนกระทั่ง ศาลปกครอง ๆ มีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาต ทางโรงงานไฟฟ้ามิได้ดำเนินการทำ ปฏิบัติ ( Code of Practice ) ว่าด้วยมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ประมวลหลักการ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงงานไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ เพราะทางกลุ่มชาวสีคิ้วเฝ้าติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวในการก่อสร้างโรงงานมาโดยตลอด

ทั้งนี้เพราะหากมีการทำ ประมวลหลักการปฏิบัติ ( Code of Practice ) ๆ ทางโรงงานจะต้องจัดและเปิดรับ ฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ในทุกระดับของการดำเนินการ ประชาชนซึ่งอยู่ในกลุ่ม คัดค้านฯ ต้องรับทราบและเข้าร่วมการรับฟังความเห็นทุกครั้ง ดังนั้นเมื่อไม่มีการดำเนินการดังกล่าวนี้ การออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าฯ ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทางกลุ่มชาวสีคิ้ว ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการยื่น ฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมาเป็นอีกหนึ่งคดี แต่ในการเปิดดำเนินการของทางโรงงานดังที่กล่าวมาแล้ว ข้างต้น นำพาความเดือดร้อนรำคราญ ความเสียหายมาสู่ประชาชนในละแวกใกล้เคียงโรงงานและประชาชน ในตำบลสีคิ้ว ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ และเป็นผู้ปกครองท้องที่ จะต้องให้ความดูแลปกป้องรักษาความสงบสุขของประชาชนในท้องที่ให้ได้รับความปลอดภัย ความร่มเย็น ในทุกๆด้าน ต้องตรวจสอบและมีคำสั่งระงับการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมาย และทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรำคราญ ทำให้เสื่อมเสียสุขภาพ อนามัย ของโรงงานไฟฟ้าชีวมวลบริษัท ยูนิ พาว์เวอร์เทค จำกัด เอาไว้ก่อน

นายวิเชียร ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมา พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ประจำเขต 5 (นครราชสีมา) และอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ขอให้ทั้ง 2 หน่วยงานนี้ ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการออกใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าให้กับบริษัท ยูนิ พาวเวอร์ เทค จำกัด และพิจารณาดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ โดยให้รายงานผลการดำเนินการพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้จังหวัดนครราชสีมา ทราบ ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2562

อย่างไรก็ตามหากโครงการใดๆ ที่มีความเสี่ยงส่งผลกระทบในด้านลบแก่พี่น้อง ประชาชน ทั้งสภาพแวดล้อมและสุขภาวะ ตนไม่เห็นด้วยและไม่ควรดำเนินการต่อไป แต่เราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน ให้ผู้ประกอบการสร้างความเชื่อมั่น มีมาตรการอย่างครอบคลุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้รอบบริเวณ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 


แหล่งข้อมูล : คมข่าวทั่วไทย


Comments are closed.

Check Also

โคราชลุ้นเป็นเจ้าภาพจัดงานยักษ์ “พืชสวนโลก 2029” เล็งโลเคชั่น 2,500 ไร่อำเภอคง ต่อยอดเนรมิตแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่

สตาร์อัพโคราชเมืองน่าเที่ยว ผู้ว่าฯเปิดบิ๊กงานใหญ่ดึงสุ … …