ครม.ปลดล็อกกัญชา ย้ำ! ใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น มอบอำนาจ ป.ป.ส.กำหนดพื้นที่ปลูก ให้ ก.สาธารณสุขควบคุมดูแล 5 ปีแรกหลัง พ.ร.บ.บังคับใช้

เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษมาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้ ครม.พิจารณา ครม.ได้พิจารณาแล้วและมีความเห็นในสาระสำคัญดังนี้

1.ให้สามารถนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดประเภท 5 ได้ในกรณีจำเป็น เพื่อประโยชน์ของทางราชการ โดยได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต เนื่องจากที่ผ่านมาไม่สามารถนำเข้าและส่งออกได้เลย แต่ในสาระสำคัญนี้ อนุญาตให้ส่งออกและนำเข้าได้ แต่ต้องนำมาใช้ในเรื่องการรักษาพยาบาลเท่านั้น

2.เพิ่มกรณียกเว้นให้มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครอง เมื่อเกินจำนวนที่จำเป็น สำหรับการรักษาโรคเฉพาะหรือสำหรับการปฐมพยาบาลหรือกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน

3.เพิ่มเติมให้สามารถใช้ยาเสพติด ประเภท 5 ได้ หากเป็นการกระทำเพื่อการรักษาโรค หรือพูดง่ายๆ ว่าให้แพทย์สามารถนำกัญชาหรือสิ่งที่เป็นสารเสพติดมาใช้ในการรักษาโรคได้

4.กำหนดให้ผู้รับอนุญาตสามารถจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ได้เฉพาะสถานที่ที่ระบุไว้เท่านั้น

นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้มีการเพิ่มเติมในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้มีอำนาจกำหนดเขตพื้นที่เพื่อทดลองปลูกผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และทดสอบยาเสพติดประเภท 5 ได้ในพื้นที่ที่กำหนด ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ส. อาจจะประกาศให้ท้องที่ใดเป็นท้องที่ที่ทำการเสพกระท่อมได้โดยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ ซึ่งปกติไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่าย คนที่จะเสพ หรือคนที่มีไว้ครอบครอง ถือว่ามีโทษทั้งหมด แต่จากนี้จะปลดล็อก ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นแพทย์ คนไข้ ก็จะยกเว้นให้ ไม่มีความผิด ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการรักษาและใช้ทางการแพทย์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม กระบวนการทั้งหมดจะให้กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดและควบคุมไว้อย่างน้อย 5 ปี หมายความว่า หลังจากที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้กำกับดูแลเรื่องการใช้และการนำไปผลิต โดยให้ควบคุมไว้ในระยะเวลา 5 ปี เนื่องจากร่างที่ สนช.เสนอมาไม่ได้มีการกำหนดเรื่องนี้ ทำให้เปิดกว้างเกินไป ครม.มีความเป็นห่วงว่าในช่วง 5 ปีแรก อาจต้องมีการปรับเปลี่ยน ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด จากนั้นหลังผ่านไป 5 ปี ค่อยมาดูกันว่าจะปรับอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง

“เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ คณะกรรมการ ป.ป.ส.จึงจะเป็นผู้ดูแลให้อนุญาตในเรื่องของพื้นที่ จึงไม่ได้หมายความว่าจะปลูกหลังบ้านก็ได้ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่คณะกรรมการ ป.ป.ส.และกระทรวงสาธารณสุขเห็นว่าเหมาะสม ส่วนจะนำไปผลิตก็ต้องระบุอีกว่าผู้ใดนำไปผลิต และต้องมีการควบคุมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่นำไปปลูกและนำไปใช้ได้อย่างอิสระ” โฆษกรัฐบาลกล่าว

นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า ขณะนี้มี 26 ประเทศที่ใช้กัญชาทางการแพทย์ ส่วนพืชกระท่อม ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ยังคงค้างบัญชีกระท่อมไว้ในบัญชียาเสพติด ซึ่งหาก พ.ร.บ.นี้ประกาศใช้ กระท่อมก็จะคล้ายกับกัญชา คือยังติดอยู่ใน พ.ร.บ.ยาเสพติด เพียงแต่ปรับจากบัญชีที่ 5 ซึ่งไม่สามารถมีไว้เพื่อการเสพได้เลย ให้มาอยู่ในบัญชีที่ 2

 


แหล่งข้อมูล : มติชนออนไลน์


Comments are closed.

Check Also

ผู้ว่าฯ โคราช นำคณะศึกษาดูงานท่าเรือบกลาดกระบัง ต้นแบบท่าเรือบกโคราช ตั้งงบ 38 ล้านบาท ร่าง TOR เสนอรัฐบาลก่อนปี 63

ผู้ว่าฯ โคราช นำคณะศึกษาดูงานแผนพัฒนาท่าเรือบก ลาดกระบั … …