ทำได้ลงคอมิจฉาชีพโผล่โคราช หลอกจ้างทำ “กระยาสารท 2 ตัน” ส่งขายโอท็อปทั่วประเทศ แต่เบี้ยวไม่มารับปิดโทรศัพท์หนีหายเงียบ ชาวบ้านอ.ปักธงชัยเสียหายกว่า 4 แสนบาท วอนตำรวจเร่งจับกุมแถมมีข่าวไปหลอกชาวบ้านถึงบุรีรัมย์ด้วย

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2562 จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ “PaNg Za” ได้โพสต์ข้อความลงในโซเชียล โดยมีเนื้อว่า “ถูกมิจฉาชีพหลอกให้ทำกระยาสารทส่งให้ตามออร์เดอร์ จำนวน 2 ตัน เพื่อนำไปจำหน่ายตามร้านค้าจำหน่ายสินค้าโอท็อปทั่วประเทศ แต่เมื่อถึงวันรับออร์เดอร์ กลับไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายกู้เงินนอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 5 จำนวน 6 หมื่นบาทมาลง เสียหายยับ”

ทีมข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 9 ตำบลสุขเกษม อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งบริเวณมีร่องรอยและอุปกรณ์การผลิตข้าวกระยาสารทประกอบด้วย ฟืน กระทะ มะพร้าว เตาปูนซิเมนต์ เครื่องขูดมะพร้าว รวมทั้งข้าวกระยาสารทที่ผลิตแล้ว จำนวนประมาณ 500 กิโลกรัม เหลือกองอยู่ภายในบ้าน

ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นางสาวภัทรสุดา เรืองชัยศิริวัฒน์ หรือน้องแป้ง อายุ 31 ปี ผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ PaNg Za  ซึ่งได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “เป็นความเดือดร้อนอย่างหนักที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดกับครอบครัวของตนเอง เพราะทุกคนทั้งพ่อแม่ และญาติๆ ต่างระดมกำลังกายและทุนทรัพย์ซื้อหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำกระยาสารท ส่งให้ได้ครบตามออร์เดอร์โดยผู้ที่มาสั่งให้ทำคือ นางวรรรุณีหรือแหม่ม เทียมประชา อายุ 29 ปี  ซึ่งเป็นเพื่อนเคยทำงานกับพี่สาวที่ จ.สมุทรปราการ แต่ได้ลาออกจากงานเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา”

“นส.แหม่มได้สั่งให้พี่สาวผลิตกระยาสารท ถึง 2 ตัน หรือ 2,000 กก.โดยอ้างว่าจะมารับซื้อในราคา กก.ละ 100 บาท เพื่อไปส่งขาย พี่สาวเห็นว่าเป็นราคาที่สูงจึงรับทำและนางสาวแหม่ม ก็ได้มาเร่งให้ผลิตให้แล้วเสร็จโดยจะมารับสินค้าภายในวันที่ 30 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ตนและครอบครัวเกรงว่าจะผลิตไม่ทันตามกำหนดเวลา จึงตัดสินใจไปกู้เงินนอกระบบมา จำนวน 6 หมื่นบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 5  เพื่อมาลงทุนซื้อวัตถุดิบทยอยทำกันล่วงหน้าโดยจ้างแรงงานชาวบ้านมาช่วย 2 คน ๆละ 300 บาท/วัน”

“แต่เมื่อถึงเวลาส่งสินค้า กลับไม่สามารถติดต่อคนสั่งซื้อได้ และเวลาก็ล่วงเลยมากว่า 2 เดือนแล้ว จึงรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างยิ่งว่า ที่ลงทุนลงแรงไปทั้งหมดจะสูญเปล่าเมื่อโทรไปติดตามนางสาวแหม่มฯก็พยายามบ่ายเบี่ยงและปิดมือถือหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้นางนุชฯ พี่สาวซึ่งเป็นคนรับออเดอร์ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจที่ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการแล้ว และจากการตรวจสอบข้อมูลยังพบว่านางสาววรรรุณีฯยังเคยไปหลอกในลักษณะเดียวกันที่จ.บุรีรัมย์อีกด้วย”


Comments are closed.

Check Also

“ฮุก31โคราช” จัด “วิ่ง-ปั่นสู้..เพื่อกู้ภัย” หางบซื้ออุปกรณ์เชฟชีวิต! ฮือฮามีประกันอุบัติเหตุนักกีฬา

นักวิ่ง-นักปั่นพลาดไม่ได้ “ฮุก31โคราช” จัดโครงการ “วิ่ง … …