ชาวโคราชรวมพลังไม่เอาแนวคิด “การรถไฟ-ที่ปรึกษา” หวังเบรกไม่ทุบสะพานสีมาธานี อ้างรถจะติดมโหฬารนานถึง 30 เดือนคุยเซฟงบได้อีก 1,300 กว่าล้าน “สุรวุฒิ”ขอเห็นใจคนโคราชรู้ดีเมืองจะโตยังไงเสนอทุบ 2 สะพานทั้ง “สีมาธานี-หัวทะเล” เซฟงบเทียบไม่ได้กับเศรษฐกิจเมืองโคราช นักธุรกิจหอการค้าฯงงเหมือนรัฐบาล-การรถไฟไม่จริงใจ

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2561 ณ หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลาง จ.นครราชสีมา ได้มีการประชุมใหญ่การมีส่วนร่วมของประชาชน(นำเสนอผลการศึกษาร่างรูปแบบโครงการ)โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ขุมทางจิระ งานปรับปรุงรูปแบบรายละเอียดก่อสร้างทางรถไฟอำเภอสีคิ้วและตัวเมืองนครราชสีมา โดยนายกฤษดา มัชฌิมาภิโร ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และนักธุรกิจ ประชาชนจำนวนมากมาร่วมรับฟัง

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “ในนามจังหวัดนครราชสีมา ขอขอบคุณพี่น้องชาว จ.นครราชสีมา ที่มาร่วมแสดงข้อคิดเห็น เนื่องจากทีมคอนเซาท์และทีมการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มาพบกับทางจังหวัด พูดถึงการเปลี่ยนแปลงการยกระดับรถไฟรางคู่ที่เคยคุยกันไว้แต่เดิม บริเวณในเขตเทศบาลนครราชสีมา หลักใหญ่คือ จะมีการทุบสะพานสีมาธานี แต่เสนอว่า อาจจะมีปัญหาเรื่องการจราจร และสามารถขยับจุดจอดเดิมของการรถไฟ ห่างจากจุดจอดเดิมของทางรถไฟอีก 160 เมตร ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทุบสะพานลอยสีมาธานีแล้ว ก็จะใช้วิธีมายกระดับเมื่อพ้นสะพานสีมาธานี”

“ตนได้รับทราบและเสนอกับทางผู้ศึกษา กับทางการรถไฟว่า เรื่องนี้จะกระทบกับพี่น้องประชาชน จึงอยากให้มีการเปิดรับฟังข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชนอีกครั้ง ทางคณะที่ปรึกษาก็บอกว่าจะมีการประชุมปลายเดือน ไฟนอลรีพอร์ตอยู่แล้ว ตนจึงได้ขอเพิ่มมาอีกครั้ง ก่อนที่จะไปถึงไฟนอล ขอให้พี่น้องประชาชนชาวโคราช ได้มาแสดงข้อคิดเห็น เพราะถ้าไปถึงไฟนอลแล้วจะแก้ไขไม่ได้ จึงได้เชิญมาวันนี้ แต่ไฟนอลก็ยังมีอยู่ วันนี้หวังว่าจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนารถไฟรางคู่ของเรา ขอให้แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่” ผู้ว่าฯวิเชียร กล่าว

นายสุรวุฒิ เชิดชัย กล่าวว่า “ตอนแรกที่มาวันนี้คิดว่าจะทุบสะพานสีมาธานีไม่พอต้องทุบสะพานหัวทะเลให้ด้วย เพราะโครงการรถไฟรางคู่น่าจะยกระดับยาวถึงหัวทะเลได้เลย จะสะดวกขึ้นกว่าเดิม ต้องขอให้ที่ปรึกษาถามพวกเราก่อนเรื่องการจราจรในตัวเมืองโคราช กรณีเรื่องการทุบสะพานสีมาธานี ที่ใช้เวลานาน ตนอายุ 50 กว่าปีแล้วก็รอทางยกระดับมา 50 ปีแล้วเช่นกัน อย่าง 5 แยกหัวรถไฟถ้าทางยกระดับ รถก็ไม่ต้องรอนิ๊งหน่องได้ข้ามทางรถไฟตลอดชีวิต”

“งบประมาณ 1,300 ล้านที่ประหยัดจากการไม่ทุบสะพานสีมาธานี เทียบไม่ได้กับขนาดเศรษฐกิจของโคราชน้อยมาก อย่างที่ปรึกษาบอกว่าโครงการรถไฟไทย-จีนจะเริ่มเมื่อไหร่อีก 5-6 ปี หากทุบสะพานสีมาฯก็จะมีปัญหา ตนก็ขอถามว่าแล้วทำไมไม่ทุบหลังจากรถไฟไทย-จีนสร้าง

นายสุรวุฒิ กล่าวต่อว่า “การที่เราทราบว่าจะมีรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูงมาโคราช ความหมายก็คือความเจริญที่จะตามมา และอะไรที่เข้ามาในเมืองแล้วไม่สร้างการเจริญเติบโต ก็ควรตัดออก หากมีทางรถไฟแล้วการปรับขยายหรือเพิ่มถนนเพื่อเชื่อมต่อสถานีรถไฟทางเทศบาลก็พร้อมจะทำควบคู่ ซึ่งเราอยากได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากๆเพื่อสนับสนุนเรื่องนี้ เราอยากเห็นการสร้างแล้วไม่ทำให้เดือดร้อนคนในพื้นที่”

“พวกเราไม่มีเจตนาที่จะไม่อยากเห็นความเจริญ อยากให้เห็นใจพวกเราซึ่งมองแล้วอะไรที่ทำให้เรามีความสุขขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก่อนที่จะสรุปโครงการ ตนอยากให้ทุบสะพานหัวทะเลอีกแห่งด้วย” นายสุรวุฒิ กล่าว

ด้านนายอรชัย ปุณณะนิธิ กรรมการหอการค้าโคราช กล่าวว่า “เท่าที่ตนมองเหมือนรัฐบาลขาดความจริงใจ เท่าที่ฟังดูจากการรถไฟฯเหมือนไว้ใจไม่ได้ อย่างรถไฟความเร็วสูงดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นยาก เท่าที่ติดตามข่าวมารัฐบาลไทย-จีนยังตกลงไม่ได้ อยากถามว่าในเมื่อจะยกระดับทางรถไฟ ทำไมไม่ยกยาวจากสีมาธานีไปถึงหัวทะเล ทำไมต้องมายกขึ้นยกลง จะยกยาวไปถึงสถานีบ้านเกาะเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงพอดี เสียเงินเท่ากันเสียทีเดียวเลย แล้วพื้นที่ระดับล่างก็ไม่ได้รับผลกระทบอีกด้วย”

ทางด้านทีมผู้จัดการโครงการและวิศวกรด้านจราจร นำโดยนายบุญพา สืบสินสัจจวงศ์ วิศวกรโครงการ บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด กล่าวว่า “ที่ปรึกษาเองก็ได้รับ และประสานกับกลุ่มรถไฟ ไทย-จีน ซึ่งรถไฟ ไทย-จีน ณ ปัจจุบันออกแบบตัวสถานีค่อนข้างจะนิ่งแล้ว ขยับตัวสถานีมาใกล้เคียงกับสถานีรถไฟทางคู่ปัจจุบัน เยื้องชิดเข้ามาทางชุมทางจิระมากขึ้น ประมาณ 160 เมตร จากตำแหน่งเดิมที่เคยออกแบบไว้ ซึ่งจากตำแหน่งตรงนี้ แต่เดิมรถไฟทางคู่ของเรานั้น สามารถจะลอดสะพานสาย 2 แล้วตัดระดับขึ้นไป การขยับสถานีนครราชสีมาของรถไฟ ไทย-จีน ทำให้เราสามารถที่จะลอดสะพานสีมาธานีแล้วตัดระดับเข้าหาสถานีชั้น 2 ของรถไฟ ไทย-จีนได้”

“การก่อสร้างรถไฟทางคู่ มาบกะเบา-จิระ บริเวณในเขตตัวเมืองนครราชสีมา คือสะพานสีมาธานี ส่วนแรก เราได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล เส้นทางที่เกี่ยวข้องกับโครงการของเราที่สำคัญมี 3 ทางหลวง และถนนในเขตเทศบาลที่เกี่ยวข้องมี 2 เส้นทาง คือ ถนนมุขมนตรี และถนนสืบศิริ ส่วนทางหลวงหมายเลข 2 คือ ถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 204 ซึ่งเป็นบายพาสทางเลี่ยงเมือง และทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งเชื่อมจากปักธงชัยเข้าสู่ตัวเมือง จะเห็นว่า ถนนมิตรภาพ เป็นถนนที่มีความสำคัญกับชาวโคราช และประชาชนที่ต้องการสัญจรไปจังหวัดอื่นๆของภาคอีสาน และเชื่อมโยงจากนอกเมืองเข้าสู่ตัวเมืองโคราช”

“ดังนั้นปริมาณจราจรที่รองรับในปัจจุบันของรถทุกประเภท อยู่ประมาณ 118,000 คัน/วัน เส้นทางที่ถนนมิตรภาพ พาดผ่านจะประกอบไปด้วย แหล่งธุรกิจการค้าที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล สถานศึกษา สถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือ บขส.ใหม่ จากข้อมูลที่กล่าวมาจะเห็นว่า ถนนมิตรภาพมีความสำคัญกับชาวโคราชที่เดินทางในตัวเมือง และผู้ที่สัญจรผ่านไปจังหวัดอื่นๆในภาคอีสาน”

“การดำเนินการก่อสร้างในโครงการของเราจำเป็นจะต้องมีการรื้อถอนสะพานข้ามแยกบริเวณโรงแรมสีมาธานี วิเคราะห์การจราจรเล็งเห็นว่าน่าจะเกิดปัญหาและผลกระทบต่างๆมากมายให้กับชาวโคราช จะก่อให้เกิดปัญหารถติด ผลกระทบต่างๆจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของชาวโคราชประมาณ 30 เดือน”

“หากจะต้องเดินทางผ่านถนนช่วงที่มีการก่อสร้างการรื้อสะพานต้องเผื่อเวลาในการเดินทาง 30-50 นาที แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาล คิดว่าเพิ่มขึ้น 10% จากวันปกติ ความยาวแถวคอย การคอยสะสมเพิ่มมากขึ้น ประมาณ 1.8 กม.คือ 4 ชั่วโมง 20 นาที แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลที่มีความสำคัญ ปีใหม่ สงกรานต์ ที่หยุดยาว ปริมาณจราจรเพิ่มขึ้นเป็น 30 % รถจะติดขนาดไหน รถจะเข้ามาในระบบ จะติดขัดถึง 16 ชั่วโมง”

“ดังนั้นที่ปรึกษาทางด้านจราจรจึงขอ สนับสนุนแนวทางที่จะไม่รื้อสะพานข้ามแยกสีมาธานีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและอุปสรรคด้านการจราจร ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เน้นย้ำว่าหากการออกแบบทางด้านวิศวกรรมสามารถดำเนินการได้ จากที่กล่าวมาว่า ที่บอกว่าการรื้อสะพานมี 3 ช่วง จะใช้เวลาทั้งหมด 30 เดือน แต่เราไม่สามารถที่จะก่อสร้างทางรถไฟยกระดับไปถึงสถานีชั้น2 โคราชได้ จนกว่า สถานีโคราชที่เป็นของไทย-จีนจะแล้วเสร็จ”

“ซึ่งตามแผนการก่อสร้างจะแล้วเสร็จปี2566 แต่เราก็ไม่แน่ใจว่า 2566 จะเสร็จแน่นอนหรือไม่ ในการที่จะจัดการจราจรระหว่างนั้นคือ เราจะต้องมีการติดสัญญาณไฟแดง ไฟเขียว คือเราจะมีการจราจรติดขัด จนกว่าจะมีการก่อสร้างสถานีโคราชเรียบร้อย ซึ่งไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหน เราจึงอยากฟังความคิดเห็นของประชาชนชาวโคราช ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับการรื้อสะพาน หรือมีข้อคิดเห็นอย่างไร เพื่อที่จะได้รับไปพิจารณาต่อไป”


Comments are closed.

Check Also

ผู้ว่าฯ โคราช นำคณะศึกษาดูงานท่าเรือบกลาดกระบัง ต้นแบบท่าเรือบกโคราช ตั้งงบ 38 ล้านบาท ร่าง TOR เสนอรัฐบาลก่อนปี 63

ผู้ว่าฯ โคราช นำคณะศึกษาดูงานแผนพัฒนาท่าเรือบก ลาดกระบั … …