โอไฮโยโกไซมัส~ กลับมาพบกับคุมะจังแอดมินกันอีกแล้วนะคะ ในงาน “JAPAN DISCOVERY : SHORYUDO DRAGON RISE REGION” ซึ่งคราวนี้พิเศษหน่อยเพราะคุมะจังพาสาวสวยอย่างมายูมิจังมาเป็นไกด์พาเราไปสัมผัสหัวใจของประเทศญี่ปุ่นกับเส้นทางมังกรทะยานฟ้า ตามล่าสุดยอดอาหารขนมหวานต้นตำรับ ผลิตภัณฑ์ และวัฒนธรรมจาก “โชริวโด” (Shoryudo) ประเทศญี่ปุ่นให้ทุกคนชมกันอย่างเต็มอิ่มตลอดทั้งวันเลยค่ะ ว่าแต่ว่าภายในงานจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง…เราไปชมกันเลยค่า~

ตอนนี้เราสองคนก็มาอยู่ที่งาน “JAPAN DISCOVERY : SHORYUDO” บริเวณแกรนฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้ถูกเนรมิตให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของหมู่บ้าน ชิราคาวาโกะ (Shirakawako) หรือหมู่บ้านท่ามกลางหุบเขาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 6 ในประเทศญี่ปุ่น จากเอกลักษณ์อันโดดเด่นของหลังคามุงด้วยฟางข้าวสร้างขึ้นด้วยมือที่เรียกว่าการสร้างบ้านแบบ กัตโชทสึคุริ (Gassho-zukuri) เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี

นอกจากนี้ยังจำลองความงดงามของหมู่บ้าน ฮิดะ-ทาคายามะ (Hida –Takayama) หมู่บ้านโบราณสมัยเอโดะมาใช้ชมกันอีกด้วย แต่ความน่าสนใจของงานไม่ได้มีแต่เพียงเท่านั้นนะคะ เพราะหลังจากนี้เราจะพาทุกคนไปตามรอยสุดยอดอาหารขนมหวานต้นตำรับจาก 9 จังหวัด ที่ซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ของงานมาให้ทุกคนได้ชมกันค่ะ

เริ่มด้วยเมนูไฮไลท์อย่าง “เนื้อฮิดะ (HIDA BEEF)” เนื้อวัวขนดำคุณภาพอันดับ 1 จากเมืองฮิดะ จังหวัดกิฟุ ซึ่งผ่านการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีบนทุ่งหญ้าใกล้กับเทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่นทำให้ได้เนื้อวัวชั้นดี ชนะเลิศการประกวดวากิวโอลิมปิกถึงสองปีซ้อน จึงทำให้เนื้อฮิดะดังไม่แพ้เนื้อ โกเบ และ มัตซึซะกะ เลยสักนิดเดียว วิธีการนำมารับประทานให้ได้รสชาติดีที่สุดก็เพียงนำเนื้อไปย่างบนกระทะร้อนๆ โรยด้วยพริกไทยดำโดยไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น เพียงเท่านี้ก็ได้เนื้อฮิดะรสชาติยิ่งอร่อยเลิศเกินคำบรรยายใดๆ มาทานแล้ว

ส่วนเมนูที่อยู่ถัดไปคือ “ข้าวหน้าปลาไหล (EEL RICE)” ที่ส่งตรงมาจากจังหวัดชิซุโอกะและจังหวัดมิเอะ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติสำหรับผลิตปลาไหลคุณภาพชั้นเยี่ยมและหาทานได้ยากยิ่ง ด้วยไขมันที่ปลากักตุนไว้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูหนาวทำให้ปลาไหลมีเนื้ออวบอิ่มหนานุ่ม ก่อนจะนำมาแล่เป็นแผ่นแล้วย่างให้ได้กลิ่นหอมของไฟ ก่อนราดด้วยซอสสูตรเฉพาะรสชาตินุ่มละมุนลิ้น อร่อยละลายในปาก นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงมากอีกด้วย

ส่วนเมนูท็อปฟอร์มสำหรับงานนี้เลยคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “ข้าวแกงกะหรี่  (GOLD CURRY)” จากเมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิคะวะ ด้วยแกงกะหรี่ที่มีรสชาติพิเศษ เข้มข้น แตกต่างจากที่อื่นและได้รับการันตีจากสื่อญี่ปุ่นว่ามีรสชาติที่อร่อยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เสิร์ฟมาในชามก่อนโรยหน้าด้วยกะหล่ำปลีหั่นฝอยมาในราคาที่ไม่แพงมากจนเกินไป  งานนี้จึงได้รับความนิยมจากคนที่เดินทางมาร่วมงานเป็นอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ

ส่วนอีกหนึ่งเมนูซิคเนเจอร์ของทางร้านและมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองนาโกย่าเลยก็คือ “มิโสะคัตสึ (MISO KATSU)” ซึ่งแตกต่างจากหมูทอดทงคัตสึทั่วไป จากปกติเวลากินทงคัตสึเราจะราดหรือจิ้มซอสทงคัตสึหรือเกลือ แต่ในงานนี้เราจะได้ทานมิโสะคัตสึที่ราดด้วยซอสมิโสะ (Misodare) ขึ้นชื่อของจังหวัดไอจิที่ไม่สามารถหาทานได้จากที่ไหน เพราะเป็นซอสสูตรพิเศษที่ผลิตในแถบนี้โดยเฉพาะซึ่งมีชื่อว่า ฮัตโจมิโสะ (Hatcho Miso) นำมาราดซอสลงบนหมูทอดทงคัตสึ ได้รสชาติของซอสมิโสะหวานและเข้มข้น

แต่สำหรับใครที่ชอบกินซูชิและซาชิมิเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในงานนี้ก็มี “วาซาบิ (WASABI)” คุณภาพจากเมืองอะซุมิโนะ จ.นากาโนะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตวาซาบิที่ดีที่สุดจากน้ำบริสุทธิ์จากธรรมชาติไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้ได้วาซาบิที่มีกลิ่นหอมและรสอ่อนนุ่มกว่า นำมาบดสดบรรจุในถุงสูญญากาศแบบมือหมุน  สามารถเปิดทานได้อย่างสะดวกง่ายดาย หากทานไม่หมดก็สามารถนำไปแช่ไว้ใต้ห้องฟรีซก็สามารถนำกลับมาทานได้ใหม่แล้ว

ส่วนขนมสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าตาน่ารักๆ ที่เห็นอยู่นี้ก็คือ “ขนมอุยโร (UIRO)” ซึ่งถือเป็นของดีขึ้นชื่อที่สุดในเมืองนาโกย่า ทำจากแป้งข้าวเจ้ากับน้ำตาลซึ่งคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน นำผสมเข้าด้วยกันก่อนจะนำไปนึ่งเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ออกมาเป็นขนมญี่ปุ่นโบราณที่เก่าแก่และเป็นขนมขึ้นชื่อในด้านรสชาติอันเหนียวนุ่มและหวานละมุนละไม ที่สำคัญคือไม่มีไขมันด้วย! ปัจจุบันเจ้าขนมตัวนี้จึงยังเป็นที่นิยมของผู้คนมากมายตั้งแต่คนหนุ่มสาวไปจนถึงผู้สูงอายุเลยทีเดียว!

ขึ้นชื่อว่าผลิตจากโรงงานอาโอยางิซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยอาศัยเทคนิคดั้งเดิมที่สืบทอดกันมากว่า 140 ปีแล้ว ที่นี่จึงมีขนนมขึ้นชื่ออีกหลายอย่าง อาทิ คุกกี้สดนาโกย่า และ “ขนมคาเอรุมันจู (KAERU MANJU)” ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม หน้าตาเป็นกบน่ารักๆ มาพร้อมกับโลโก้กบของอาโอยางิ ในภาษาญี่ปุ่นคำว่า “คาเอรุ” ที่มีความว่า “กบ” นั้นพ้องเสียงกับคำว่า “กลับ” เจ้าขนมคาเอรุมันจู จึงเป็นขนมนำโชคในการเดินทาง เพื่อสื่อความหมายว่า “เดินทางโดยสวัสดิภาพ” นั่นเอง

และอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ “ใบชาจากชิซุโอกะ (SHIZUOKA TEA)” ใบชาคุณภาพดีจากจังหวัดชิซุโอกะดินแดนแห่งชาผลิตชามากเป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประวัติศาสตร์การผลิตใบชาที่ยาวนานตั้งแต่ยุคคะมะคุระ หรือประมาณ 800 กว่าปีก่อน ด้วยความรักและภาคภูมิใจในผลผลิตของตัวเองทำให้ชิสุโอกะผลิตชาได้มากที่สุดในประเทศเลยก็ว่าได้ แถมมีราคาแพงด้วย หากใครอยากลองก็สามารถหาซื้อในแบบซองได้แล้ว บริเวณแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 เดอะมอลล์โคราชได้เลยค่ะ

นอกเหนือจากสุดยอดอาหารขนมหวานต้นตำรับจาก “โชริวโด” ที่เราพาไปล่าท้าชิมครบหมดทุกร้านแล้ว ภายในงานยังมีอาหารสไตล์ญี่ปุ่นอร่อยๆ ให้เลือกทานมากมายเลยค่ะ ร้านแรกที่เราจะพาไปวันนี้คือ “น้ำเมล่อนคั้นสดจากลูก” เย็นเจี๊ยบ  ได้รสชาติหวานฉ่ำ บรรจุอยู่ในขวดเล็กๆ น่ารัก พร้อมเปิดให้เราชิมทั้งสีส้มสีเขียวเลยค่ะ ที่สำคัญยังมีแบบผ่าสดสำเร็จ และแบบลูกให้ซื้อกลับมาเป็นของขวัญวันปีใหม่ได้อีกด้วย

ถัดมาเป็นร้านขนมและของนำเข้าจากญี่ปุ่นหลากหลายชนิดด้วยกัน แต่ที่เด็ดสุดที่มายูมิแนะนำเลยก็คือ  Suntory Premium Morning Tea Water หรือ น้ำเปล่ารสชานม” ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันอย่างมากในญี่ปุ่นช่วงนี้ ซึ่งว่ากันว่ารสชาติเจ้าตัวนี้เหมือนชานมมากกกกกก เหมือนจนน่ากลัวเลยค่ะ เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มที่ฉีกประสบการณ์การดื่มน้ำเปล่าที่เคยลองมาแบบสุดๆ

ต่อกันด้วย “ซอฟท์ชีส” เนื้อเด้งดึ๋งดั๋ง ชิ้นเล็กพอดีคำจากร้านชื่อดังจากกรุงเทพฯ ควงคู่มาพร้อมกับ “บราวนี่” อบสดใหม่ ที่มีให้เลือกมากกว่า 10 รสชาติ ซึ่งความอร่อยของเขาอยู่ที่เนื้อบราวนี่ที่เคี้ยวหนึบอร่อยกำลังดี ไม่เหนียวหรือร่วนจนเกินไป ที่สำคัญคือมีรสชาติเข้มข้นมาพร้อมกับความหอมมันของชีส อร่อยลงตัว ทานคู่กับชาร้อนๆ ยามเช้า ท่าจะฟินลืม

ส่วนใครก็ตามที่ได้ “โดรายากิ” ร้านนี้บอกเลยว่าต้องคิดถึงโดเรมอนมากๆ แน่ คืออยากให้โดเรมอนมาเห็นมาเลยว่าเขาให้ไส้เยอะมากขนาดไหน ควักไส้มาทีเท่ากระบอกข้าวหลามเลยค่ะ แล้วก็ปาดลงไปทีละชิ้นๆ โอ้ว…แม่เจ้า ขอรีวิวกินยังไงให้หมดทีค่ะ ฮ่าๆๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบความคุ้มค่าแล้วล่ะก็ มาเจอกันได้เลยนะคะ ร้านจะสังเกตง่ายมากๆ อยู่ใกล้ๆ กับสะพานไม้สีแดงนี่เองค่ะ

และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ “ซอล์ฟครีมและชาเขียว” รสชาติดั้งเดิมจากชิซึโอกะที่มีให้เลือกหลายเฉดสีเลยค่ะ ซึ่งความแตกต่างของสีนั้นเกิดจากการเก็บใบชาในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่งผลให้ชามีกลิ่นหอมและรสชาติต่างกันไปด้วย เราก็เลยลองซื้อมัชฉะลาเต้แก้วหนึ่ง (สีเขียว) แล้วก็โฮจิฉะลาเต้มาคนละแก้ว (สีน้ำตาล) โฮจิฉะจะมีกลิ่นหอมของข้าวมากกว่า เป็นการดื่มชาเขียวที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันจริงๆ ค่ะ

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้บอกได้เลยว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความอร่อยที่ทุกคนจะได้พบภายในงานนี้เท่านั้นนะคะ เพราะภายในงานนี้ยังมีอาหารอีกมากมายรอคอยทุกคนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทาโกยากิ โอโคโนมิยากิ ราเมง ข้าวปั้นหน้าปลาไหล ซูชิ อุด้งทอดกรอบคลุกผงปรุงรส ข้าวปั้นหน้าปลาไหล มันหวานญี่ปุ่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมหวาน เกี๊ยวซ่า ฯลฯ ให้เลือกทานกันแบบไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

ตัดภาพจากของกินเรามาต่อกันที่ของฝากนำเข้าน่ารักๆ จากประเทศญี่ปุ่น เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่นำเครื่องรางจากวัดอาซะกุสะ ของที่ระลึกอย่างพวงกุญแจนำโชค เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดจากไหมญี่ปุ่น และของฝากชื่อดังจากจังหวัดคุมาโมโต้ซึ่งมาในรูปแบบของตัวมาสคอตสุดป๊อปอย่าง “คุมะมง” มาให้เราเลือกช้อปมากมายหลายไอเท็ม ตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องเขียน ข้าวของเครื่องใช้ ตุ๊กตาน่ารักๆ ไปจนถึงเครื่องแต่งกายมาให้เราสองคนเสียทรัพย์อีกเช่นเคย

ตั้งแต่เราเดินในงานตั้งแต่เช้าจรดเย็นจะเห็นว่าผู้คนทยอยเดินทางเข้ามาอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน เพื่อช้อป อาหารและสินค้ามากมายที่ถูกนำมารวบรวมไว้ในงานนี้งานเดียว ท่ามกลางบรรยากาศของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนพฤศจิกายน โดยมีแลนด์มาร์คอย่างสะพานไม้สีแดงเป็นจุดถ่ายรูปอย่างสวยงาม ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังประตูทางเข้า

    

สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศจากประเทศญี่ปุ่นกันแบบเน้นๆ ชนิดที่เข้าถึงอาหารและวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นแบบทุกซอกทุกหลืบเลย บริเวณนี้มีทัวร์จากฮอกไกโด โดย “คนจากฮอกไกโด” มาคอยให้ความรู้และแนะนำเรื่องการท่องเที่ยวแบบรู้ลึกรู้จริงเลยทีเดียวค่ะ

นอกจากนี้เรายังสามารถสนุกสนานกับกิจกรรม Workshop สวมชุด “ยูกาตะ” ฟรี! เพียงแสดงใบเสร็จ 300 บาท คู่กับบัตร M Card ณ จุดแลกรับ บริเวณหน้าเวทีกิจกรรม จำกัด 30 ท่าน/วัน และ 1 ท่าน/1 สิทธิ์/ตลอดทั้งรายการ

พร้อมชมการแสดงสุดพิเศษที่ขนมาเอาใจคนโคราชตลอดทั้งสัปดาห์ เริ่มด้วยการแสดงวัฒนธรรมญี่ปุ่นในวันที่ 13-17 และ 20-21 พ.ย. 60 มินิคอนเสิร์ตจาก MAD POP บอยแบนด์จากประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 17-18 พ.ย. 60 การแสดงนินนานักรบแห่งเงาครั้งแรกในโคราช ในวันที่ 18-19 พ.ย. 60 และไฮไลท์เด็ดเป็นมินิคอนเสิร์ตจาก “บี้ สุกฤษฏิ์”  ในวันที่ 18 พ.ย. 60 ก่อนตบท้ายด้วยสุดยอดบรรดาคาแร็คเตอร์การ์ตูน Cosplay Show มาให้ชื่นชมกันอย่างเต็มอิ่ม ในวันที่ 19 พ.ย. 60   

จัดหนักจัดเต็มพร้อมกันขนาดนี้ ทำเอารักญี่ปุ่นอย่างคุมะจังฟินจนเก็บเอาไปนอนฝันเลยทีเดียวค่ะ ถ้าใครติดตามงาน Japan Discovery ของเดอะมอลล์มาอย่างต่อเนื่องบอกได้เลยว่าไม่เคยผิดหวังอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการเรียกได้ว่ายกเมืองทั้งเมือง มาให้เราได้ชื่นชมกัน หรือเรื่องราวที่เรียงร้อยออกมาให้เราสืบเสาะแสวงหาภายในงานผ่านดีเทลต่างๆ ที่รอให้เราค้นหาจนเจอ พร้อมเปิดโลกทัศน์ของเราได้เป็นอย่างดีจนไม่รู้ว่าเขียนยังไงจะหมด

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับลายแทงที่คุมะจังนำมาแจกเพื่อนๆ ในวันนี้ ก่อนจะจากกันไป…หวังว่าผู้อ่านทุกท่านคงได้สาระความบันเทิงจากรีวิวนี้ไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับใครอยากไปสัมผัสกลิ่นอายของหมู่บ้านชิราคาวาโกะเป็นการอุ่นเครื่องก่อนไปเยือนญี่ปุ่นจริงๆ ก็สามารถไปร่วมสนุกกันได้เลยค่ะที่ ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์และแฟชั่นฮอลล์ เดอะมอลล์ นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 11-21 พ.ย. 60 สำหรับวันนี้คะมุจังและมายูมิจังต้องขอลาไปก่อน ซาโยนาระ~


Comments are closed.

Check Also

หนังประจำสัปดาห์ วันที่ 7 ธันวาคม 2560

Facebook0TwitterGoogle+0Pinterest0 เพื่อนที่หายไป วันที … …