2 ก๊กทุนยักษ์ไทย-ต่างชาติชิงเดือดไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ซี.พี.-บีทีเอสส่อแยกวง ไม่มีใครยอมถอย แย่งถือหุ้นใหญ่กำหนดเกมอีอีซี โชว์ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ซี.พี.ปักหลักจับจีน-ญี่ปุ่น บีทีเอสควงราชบุรีโฮลดิ้ง ซิโน-ไทยฯ ลุ้น ปตท.ร่วมวง ชี้แจงทูต-นักลงทุนทั่วโลก ต่างชาติถือหุ้นได้เกิน 51% ชง “บิ๊กตู่” ขยายอู่ตะเภา มาบตาพุด แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ภายหลังพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า จากนี้ไปจะเดินหน้าทุกโครงการ โดยเฉพาะแผนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญที่สุด เป็นปัจจัยความสำเร็จของเขต EEC คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ซึ่งจะมีการออกประกาศเงื่อนไขการประมูล หรือทีโออาร์ ในเร็ว ๆ นี้ 2 ยักษ์เจรจาฝุ่นตลบชิงเบอร์หนึ่ง สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ในและต่างประเทศที่สนใจจะร่วมประมูลในครั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้มีการจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันไว้อย่างไม่เป็นทางการ 2 กลุ่ม โดยแต่ละรายแสดงความจำนงที่จะเป็น “ผู้ถือหุ้นใหญ่” ในการบริหารกิจการรถไฟความเร็วสูงและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ กลุ่มแรก คือ 3 รายเดิม ที่เคยแสดงความจำนงจะร่วมเป็นกิจการร่วมค้า คือ กลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ซี.พี.ควงจีน-ญี่ปุ่นปาดเค้ก แหล่งข่าวกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการเจรจากันอย่างเข้มข้น ระหว่างกลุ่ม ซี.พี.กลับกลุ่มบีทีเอส ซึ่งต่างฝ่ายต่างต้องการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงสำคัญคือ ประสบการณ์ในการเดินรถ และการบริหารกิจการระบบรางในเมืองไทย ซึ่งกลุ่มบีทีเอสมีประสบการณ์และผลงานมากกว่า แต่ฝ่ายกลุ่ม ซี.พี.ก็มีเหตุผลในการสนับสนุนที่จะถือหุ้นใหญ่ว่า เป็นกลุ่มทุนไทยที่แข็งแกร่งและมีพันธมิตรที่เป็นต่างชาติสนับสนุนคือจีน และมีการร่วมทุนกับกลุ่มอิโตชูจากญี่ปุ่นไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรที่เป็นบริษัทก่อสร้างด้วย “ขณะนี้การเจรจายังไม่ลงตัวว่า กลุ่มแรกนี้ใครจะเป็นฝ่ายถือหุ้นใหญ่ ดังนั้นกลุ่ม ซี.พี.จึงถอยออกมา เพื่อหาพันธมิตรใหม่เพิ่มจากเดิม โดยกลุ่ม ซี.พี.ยังคงต้องการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และจะเป็นกลุ่มที่ 2 ที่จะร่วมเข้าประมูลในครั้งนี้” แหล่งข่าวกล่าวและว่า โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี ดังนั้น ทั้งกลุ่มบีทีเอส และกลุ่ม ซี.พี.คงไม่ยอมถอย รายงานข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้การเจรจาหาพันธมิตรระหว่างกลุ่มบีทีเอส ปตท. และ ซี.พี. ยังไม่เป็นที่ยุติเรื่องโมเดลการร่วมลงทุน เนื่องจากทั้งบีทีเอส มีนายคีรี กาญจนพาสน์ เป็นเจ้าของ และ ซี.พี. มีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ต้องการจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเพื่อเข้าร่วมประมูล หากใครเป็นผู้ถือหุ้นจะทำให้มีอำนาจในการบริหารและกำหนดทิศทางของบริษัทได้ “ทางบีทีเอส ตอนนี้มีซิโน-ไทยฯและราชบุรีโฮลดิ้งเป็นพันธมิตรอยู่แล้ว กำลังเจรจากับ ปตท. รวมถึง ซี.พี.ด้วย แต่หาก ซี.พี.ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ก็มีความเป็นไปได้ที่ ซี.พี.จะผนึกกับผู้ประกอบการไทยที่เป็นรับเหมาแทนก็ได้ เช่น อิตาเลียนไทย ช.การช่าง เพราะ ซี.พี.ด้วยศักยภาพมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีบริษัทที่พัฒนาธุรกิจอสังหาฯในเครืออยู่แล้ว ส่วนงานระบบรถไฟความเร็วสูงก็มีพันธมิตรจากจีนและญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้มีกระแสข่าวว่าบริษัทรถไฟของจีนกำลังรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อจับมือกับ ซี.พี.แล้ว แต่ที่ ซี.พี.มาเจรจาบีทีเอสเพราะมีประสบการณ์เดินรถไฟฟ้ามานาน” สำหรับบีทีเอส หากไม่ร่วมกับ ซี.พี. อาจจะตัดสินใจร่วมกับ ปตท. โดยถือหุ้นสัดส่วนเท่ากัน อาจจะเป็นคนละ 30% เนื่องจาก ปตท.ไม่มีประสบการณ์ด้านระบบราง แต่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ส่วนซิโน-ไทยฯและราชบุรีโฮลดิ้งอาจจะถือหุ้นคนละ 15% ที่เหลือ 10% อาจจะเป็นบริษัทต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานระบบอาณัติสัญญาณ คีรีประกาศตีตั๋วประมูล ก่อนหน้านี้ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.บีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ กล่าวว่า บีทีเอสและ ปตท.กำลังเจรจาเพื่อร่วมกันเป็นพันธมิตรเข้าประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่เข้าร่วมประมูลแน่นอน เพราะเป็นธุรกิจหลักของบริษัท นอกจากนี้ยังเจรจากับรายอื่น ๆ ด้วย ทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.บีทีเอสซี กล่าวว่า การเจรจากับ ปตท.ยังไม่เป็นที่ยุติ ขณะเดียวกันได้เจรจากับรายอื่น ๆ ด้วย ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจจะร่วมกับใครบ้าง รอดูทีโออาร์ประมูลที่รัฐจะประกาศออกมา รวมถึงผลศึกษาความคุ้มค่าของโครงการที่บริษัทกำลังศึกษาอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม บีทีเอสจะร่วมกับซิโน-ไทยฯและราชบุรีโฮลดิ้งอย่างแน่นอน พ.ค.นี้ตีฆ้องเชิญทั่วโลก นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายในเดือน พ.ค.นี้จะออกประกาศเชิญชวนนักลงทุนทั่วโลกเข้าร่วมประมูล PPP net cost 50 ปี รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กม. วงเงินกว่า 2.2 แสนล้านบาท จากนั้นภายในเดือน มิ.ย.จะขายเอกสารประกวดราคาและเปิดยื่นซองประมูลภายในเดือน พ.ย.นี้ คาดว่าจะได้ผู้ชนะอย่างเร็วปลายปีนี้ หรืออย่างช้าต้นปี 2562 เพราะการเจรจาอาจจะใช้เวลานาน เนื่องจากเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนที่เป็นโครงการขนาดใหญ่และใช้เงินลงทุนสูง “รถไฟอยู่ระหว่างร่าง พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน ซึ่งมีพื้นที่เวนคืนไม่มาก เพราะงานก่อสร้างใช้แนวเขตทางรถไฟประมาณ 95% ยกเว้นศูนย์ซ่อมบำรุง หรือเดโป้ 100 ไร่ ที่ฉะเชิงเทรา” นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวย้ำว่า จะประกาศเชิญชวนนักลงทุนร่วมประมูลให้ได้ภายในเดือน พ.ค.นี้อย่างแน่นอน และบอร์ดได้เตรียมการชี้แจงรายละเอียด พ.ร.บ.อีอีซี ให้กับทูตทั่วโลกได้รับทราบ เปิดทางต่างชาติถือหุ้นเกิน 51% แหล่งข่าวจากคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้ข้อมูลว่า โครงการนี้จะมีเงื่อนไขพิเศษ คือ เปิดประมูลแบบอินเตอร์เนชั่นแนล (นานาชาติ) และเป็นโครงการที่อยู่ในเขตส่งเสริมพิเศษของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดโอกาสให้ต่างชาติมีสัดส่วนในการถือหุ้นเข้ามาบริหารจัดการได้เกินกว่า 51% จึงเป็นที่สนใจของทุนยักษ์ต่างชาติมาก แต่ทุนต่างชาติก็ต้องเข้ามาจับมือกับพันธมิตรธุรกิจไทย จึงจะมีโอกาสสูงกว่า “จากการฟังผลการเจรจาของทุนใหญ่ ๆ ในเมืองไทย ทุกบริษัทแสดงตัวและฐานะทางการเงินว่า ทุนไทยมีสภาพคล่องแข็งแกร่งมากพอที่จะร่วมลงทุนโครงการนี้ โดยอาจจะไม่ต้องพึ่งพาทุนจากต่างชาติด้วยซ้ำ แม้จะมีการเปิดประมูลแบบอินเตอร์เนชั่นแนลก็ตาม” แหล่งข่าวกล่าวย้ำ แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า หลัง พ.ร.บ.อีอีซีมีผลบังคับใช้แล้ว รอดูว่าทางคณะกรรมการอีอีซีจะออกประกาศแนวทางการให้เอกชนร่วมทุน PPP มารองรับหรือไม่ เพราะมีแก้ไขบางประเด็นให้ทีโออาร์เปิดกว้างให้ต่างชาติร่วมประมูลได้มากขึ้น เช่น ไม่ต้องกำหนดสัดส่วนถือหุ้นของต่างชาติเพื่อให้ต่างชาติเข้ามาได้มากขึ้น หรือกฎหมายที่ระบุไว้ 51 : 49 มีอะไรที่จะรองรับได้บ้าง หากให้เกินจากนี้จะผิดหรือไม่ ในเร็ว ๆ นี้จะสรุป เพราะทางอีอีซีต้องการใช้โครงการประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน เป็นต้นแบบให้กับโครงการอื่น ๆ เช่น ท่าเรือ สนามบิน อู่ตะเภา-มาบตาพุดคิวต่อไป แหล่งจากคณะกรรมการอีอีซีกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ จะมีวาระสำคัญ คือการขออนุมัติ กรอบระยะเวลาในการประกาศทีโออาร์ การประมูล และการเริ่มก่อสร้างโครงการสนามบินอู่ตะเภา ส่วนต่อขยาย และประเด็นขอความร่วมมือกับกองทัพเรือ ในการร่วมดำเนินการในระยะต่อไป ซึ่งรัฐบาลจะเตรียมความพร้อมให้เกิดการประมูลทั้งโครงการรถไฟไฮสปีดเทรน สนามบินอู่ตะเภา และท่าเรือมาบตาพุด ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โครงการโครงสร้างพื้นฐานหลัก 4 โครงการในอีอีซี ที่จะเปิดประมูลภายในปี 2561 รูปแบบ PPP ระยะเวลา 30-50 ปี มีมูลค่าร่วม 5 แสนล้านบาท ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 และสนามบินอู่ตะเภา พลเรือตรี ลือชัย ศรีเอี่ยมกูล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอความชัดเจนจากอีอีซี เรื่องการประมูลพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เนื้อที่ 6,500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1.5 กม. โดยจะใช้เงินลงทุนหลายแสนล้านบาท ตามแผนจะให้แล้วเสร็จใน 5 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน PPP ว่าจะเป็นสัมปทานเดียวหรือรายพื้นที่ คาดว่าจะเปิดประมูลได้ภายในปีนี้ พ.ร.บ.อีอีซีพิเศษทุกขั้นตอน สาระสำคัญของ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 (EEC) ที่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา อาทิ ให้พื้นที่ EEC ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง กับพื้นที่อื่นที่จะออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเพิ่มเติม การดำเนินโครงการ กิจกรรม ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายฯทำหน้าที่เป็นเลขานุการมีอำนาจจัดทำแผนพัฒนา แผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค จัดซื้อ เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน เวนคืนที่ดิน ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.ได้ กำหนดกระบวนการร่วมทุนกับภาคเอกชน โดยไม่ต้องผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุน PPP มีอำนาจอนุญาต อนุมัติ ให้ความเห็นชอบ ตามกฎหมายว่าด้วยการขุดดินถมดิน ควบคุมอาคาร สาธารณสุข ตรวจคนเข้าเมือง ทะเบียนพาณิชย์ โรงงาน จัดสรรที่ดิน รวมถึงการให้คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินภายในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาต โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน และสามารถถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในอาคารชุดได้เกิน 49% ของเนื้อที่ห้องชุดในอาคารชุด สำหรับการทำสัญญาเช่าช่วงที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ให้ทำสัญญาเช่าไม่เกิน 50 ปี และการต่อสัญญาเช่าต้องไม่เกิน 49 ปี เป็นต้น แหล่งข้อมูล : ประชาชาติธุรกิจ
นิยามใหม่ของ “บ้านหรูโคราช” เจาะลึกความเหนือระดับของแบบบ้าน GRADA และ Grand Clubhouse ที่ อาณาสรา อควา
หอการค้าโคราช เตรียมรับมือ มอเตอร์เวย์เปิดเต็มรูปแบบปลายปีนี้ ลงพื้นที่พบปะสมาชิกและผู้ประกอบการ หารือแนวทางการปรับตัวทางธุรกิจ
เตรียมตัว โคราชมันส์สุดเหวี่ยง Muuji Rocks 2026 คอนเสิร์ตร็อคใหญ่กลางปี วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 ทองสมบูรณ์ คลับ เขาใหญ่
โคราชเริ่มแล้ว ตรุษจีนจัดยิ่งใหญ่ โชว์ระดับโลกกายกรรมอันชิง กิจกรรมเพียบ วันนี้-22 กุมภาพันธ์ 2569 @เทอร์มินอล21 โคราช
ชมฟรี!! อุลตร้าแมน ครั้งแรกในอีสาน ฮีโร่บินตรงจากญี่ปุ่นถึงโคราช วันนี้-14 มกราคม 69 เทอร์มินอล21 โคราช