ธปท.ชี้เศรษฐกิจไทยยังขาดอีกหลายด้านที่จะรองรับการเติบโตที่ยั่งยืนสร้างหลักประกันการกินดีอยู่ดีของประชาชนในอนาคต นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาถกฐาหัวข้อ “Thailand Agenda 2030 : `วิสัยทัศน์การพัฒนาใหม่สู่ประเทศไทยที่ยั่งยืน” ในงานเสวนาของมูลนิธิมั่นพัฒนาและไทยพับลิก้า ว่า การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs) ถือเป็นเป้าหมายและวาระของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เกือบทุกประเทศทั่วโลกทำงานร่วมกันเพื่อยุติความยากจน สร้างหลักประกันว่าคนจะมีความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญกว่าตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้และปีหน้า ซึ่งการปรับจีดีพีปีนี้จาก 3% เป็น 3.2% ของธนาคารเพิ่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ถือว่าสอดคล้องกับที่ธปท.มองไว้ อย่างไรก็ดี หากดูจากเครื่องชี้ SDGs จะพบว่ามีหลายด้านที่เรายังทำได้ไม่ดี เช่น ตัวเลขด้านสาธารณะสุขสะท้อนว่าเรายังมีจำนวนแพทย์ไม่เพียงพอ มีอัตราการเสียชีวิตจากการจราจรสูงมาก มีอัตราการตังครรภ์ในวัยรุ่นสูง เป็นต้น ซึ่งภายใต้ภาวะที่ระบบเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การดูแลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในระยะสั้นเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ปัญหาเฉพาะหน้ามาบดบังเรื่องสำคัญในระยะยาว โดยเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับกับดักเชิงโครงสร้างหลายด้าน อาทิ ระดับความสามารถทางเทคโนโลยี ทั้งในภาคอุตสาหกรรม เกษตร และบริการ มีกรอบกติกากฎเกณฑ์ที่ล้าสมัยไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจใหม่ๆ การขาดประสิทธิภาพของระบบราชการ แถมโครงสร้างประชากรไทยยังเป็นข้อจำกัดด้านแรงงาน เพราะอีก 15 ปีข้างหน้าสัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 17% เป็น 27% คือ เราจะมีจำนวนประชากรเท่าเดิม แต่ทุกๆ 4 คน จะมีผู้สูงอายุ 1 คน “ภาวะเช่นนี้จะสร้างปัญหาด้านฐานะการออมของประเทศ ค่าใช้จ่ายของภาครัฐและประชาชนในการรักษาพยาบาล การขาดแคลนบุคคลากรด้านสาธารณะสุข ขาดแคลนแรงงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ตลอดจนระบบการเมืองที่กลุ่มผู้สูงอายุจะเป็นฐานเสียงสำคัญ รัฐบาลและพรรคการเมืองจะให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุมากกว่าที่จะขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจไปข้างหน้า เช่นเดียวกับประเทสอุตสาหกรรมที่กำลังติดกับดักนี้” นายวิรไทกล่าว ทั้งนี้ การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรับความผันผวนสูงขึ้นในอนาคตนี้น เราควรมีกันชนเพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจากภายนอก ศึ่งทำได้หลายด้าน เข่น รัฐบาลต้องระวังหนี้สาธารณะให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ธนาคารกลางต้องระกษาทุนสำรองให้เพียงพอรับความผัรผสรข งเงินทุนดคลื่อนย้าย การดูแลสถาบันการเงินใหเมีเงินกองทุนเพียงพอ ขณะที่ภาคธุรกิจที่ต้องเผชิญ และปรับตัวอยู่เสมอ ส่วนระดับประชาชนต้องรักษาเงินออม เป็นต้น แหล่งข้อมูลและภาพประกอบ : โพสต์ทูเดย์
นิยามใหม่ของ “บ้านหรูโคราช” เจาะลึกความเหนือระดับของแบบบ้าน GRADA และ Grand Clubhouse ที่ อาณาสรา อควา
หอการค้าโคราช เตรียมรับมือ มอเตอร์เวย์เปิดเต็มรูปแบบปลายปีนี้ ลงพื้นที่พบปะสมาชิกและผู้ประกอบการ หารือแนวทางการปรับตัวทางธุรกิจ
เตรียมตัว โคราชมันส์สุดเหวี่ยง Muuji Rocks 2026 คอนเสิร์ตร็อคใหญ่กลางปี วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 ทองสมบูรณ์ คลับ เขาใหญ่
โคราชเริ่มแล้ว ตรุษจีนจัดยิ่งใหญ่ โชว์ระดับโลกกายกรรมอันชิง กิจกรรมเพียบ วันนี้-22 กุมภาพันธ์ 2569 @เทอร์มินอล21 โคราช
ชมฟรี!! อุลตร้าแมน ครั้งแรกในอีสาน ฮีโร่บินตรงจากญี่ปุ่นถึงโคราช วันนี้-14 มกราคม 69 เทอร์มินอล21 โคราช