“วัดพระนารายณ์มหาราช” หรือ “วัดกลาง เมืองนครราชสีมา” เดินหน้าพลิกโฉมแหล่งน้ำอภิเษกโบราณกลางเมืองโคราช อายุกว่า 363 ปี เป็น 1 ใน 17 วัดในพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ของ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 ด้านจังหวัดฯเร่งบูรณะปรับภูมิทัศน์ให้เสร็จก่อนถึง “พิธีพลีกรรม ตักน้ำทุกจังหวัด” วันที่ 6 เม.ย.นี้ และพิธีปลุกเสก วันที่ 8-9 เม.ย.2562

เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2562 ที่วัดพระนารายณ์มหาราช หรือวัดกลางนครโคราช ถ.จอมพล อ.เมือง จ.นครราชสีมา การดำเนินโครงการบูรณะ “โบสถ์กลางน้ำ” โดยสูบน้ำออกจากสระใช้รถขุดตักหรือรถแบ็คโฮขุดลอกดินโคลนออก ปรับระดับพื้นและสร้างผนังกั้นน้ำป้องกันตลิ่งทรุด จากนั้นจึงจะปรับภูมิทัศน์ตกแต่งตามแนวทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ที่มีกรมศิลปากรทำหน้าที่กำกับดูแลให้เป็นไปตามการบูรณะโบราณสถานที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

พระสีหราชสมาจารมุนี รองเจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร เปิดเผยว่า “จากการสืบค้นประวัติศาสตร์ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างวัดแห่งนี้สมัย “พระนารายณ์มหาราช” เมื่อประมาณ 363 ปี ไม่เคยขุดลอกบูรณะสระน้ำแห่งนี้เลย จึงมีสภาพตื้นเขิน ระบบนิเวศสกปรก ทั้งน้ำสีเขียวเข้ม ส่งกลิ่นเหม็นเน่า และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด ทำให้ทัศนียภาพขาดความสวยงาม”

“ทางวัดจึงปรึกษาหารือกับกองทัพภาคที่ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ศิลปากรที่ 10 และ ประมงจังหวัดนครราชสีมา เห็นชอบให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนงบ รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่  เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์รอบวิหารกลางน้ำที่มีบางส่วนชำรุดทรุดโทรมให้สวยสง่างาม ให้ญาติโยมสามารถเดินออกกำลังกายและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานของเมืองเก่าโคราช และเป็นประโยชน์ใช้สอยกิจกรรมอื่นๆ”

“ผู้ว่าฯวิเชียร จันทรโณทัย ได้มาดูความคืบหน้าการดำเนินโครงการบูรณะ ได้เดินหน้าไปมาก และพื้นที่ทั้งหมดของโดยรอบพระวิหารฯมีเนื้อที่ 8 ไร่จากกรมศิลป์ฯระบุไว้ ซึ่งการปรับภูมิทัศน์“พระวิหารหลวง” ครั้งใหญ่นี้จะมีทางวิ่งออกกำลังกายกว้าง 4 เมตรรอบโบสถ์เพื่อให้ชาวบ้านมาใช้ประโยชน์ และหลังจากเสร็จทั้งหมดคาดว่าจะประมาณเดือนมีนาคมนี้ ทางวัดต้องดูแลรักษาทั้งระบบน้ำในสระและพื้นที่โดยรอบให้สวยงามตลอดไปอีกด้วย” พระสีหราชสมาจารมุนี กล่าว

ด้าน “พระครูวินัยธร” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “หลังจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 และตามโบราณราชประเพณี กำหนดให้ตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปตั้งทำพิธีเสกน้ำ ณ วัดสำคัญทั่วประเทศสำหรับใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร เป็น 1 ใน 17 วัดที่จะต้องประกอบทำพิธีเสกน้ำดังกล่าว”

“ซึ่งสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ คาดว่าจะทำการขุดลอกแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2562 จากนั้นจะปล่อยน้ำลงในสระพร้อมกับปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามเป็นสถานที่ออกกำลังกาย และปฏิบัติธรรมของพี่น้องประชาชน ส่วนเมื่อบูรณสระน้ำโบราณแล้วเสร็จ คาดว่าในเดือนเมษายน 2562 ก่อนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะมีการประกอบพิธีเสกน้ำ ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอหมายกำหนดการจากสำนักพระราชวังอย่างเป็นทางการอีกครั้ง”

สำหรับ “สระน้ำโบราณ” ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุโบสถของวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ทรงสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองโคราช เมื่อปี พ.ศ.2199 หรือ 363 ปีก่อน ส่วนการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ของวัดกลางเมืองนครราชสีมา มณฑลนครราชสีมา ชื่อในอดีตไปตั้งทำพิธีเสกน้ำนั้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของ “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6” ต่อมามาถึง “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7” ส่วนรัชสมัยของ “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8” ไม่ปรากฏข้อมูลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

และในรัชสมัยของ “พระบาทสมเด็จพระปริมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” ได้นำน้ำศักดิสิทธิ์ของวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร มาประกอบในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามเดิม ต่อเนื่องพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่จะมีขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 ถือเป็นความปลาบปลื้มใจของประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ที่มีส่วนร่วมในพระราชพิธีสำคัญของชาติไทย

ล่าสุดกำหนดการ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” กำหนดให้วันที่ 6 เม.ย.2562 มีพิธีพลีกรรมตักน้ำ ทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และวันที่ 8-9 เม.ย. 2562 พิธีปลุกเสกน้ำทุกจังหวัดพร้อมกัน หลังจากนั้นวันที่ 18-19 เม.ย.จะเป็นพิธีเสกน้ำรวมที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และวันที่ 22-23 เม.ย. พิธีจารึกพระสุพรรณบัฎ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะมีขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562


Comments are closed.

Check Also

ไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 21 ก.พ. ชี้ปีนี้อุณหภูมิเดือด ร้อนสุด 42-43 องศา

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ประก … …