เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพอากาศทั่วพื้นที่ยังคงครึ้มฟ้าครึ้มฝนสลับกับฝนตกลงมาในบางช่วงและบางพื้นที่ อย่างไรก็ตามพบว่ายังคงมีประชาชนและนักท่องเที่ยวพากันเดินทางไปยังบริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันเพื่อจะเข้าไปชมถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอนรวมถึงถ้ำทรายทองที่อยู่ในบริเวณใกล้กัน ซึ่งในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ปิดทางเข้าชมขุนน้ำนางนอนและถ้ำทรายทองเอาไว้เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากก่อนหน้านี้มีการขุดเจาะพื้นที่เพื่อผันน้ำออกจากถ้ำหลวงในปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาดามีจำนวน 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.-11 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางไปถึงบริเวณขุนน้ำต้องผิดหวังและกลับรถออกมา

อย่างไรก็ตามที่บริเวณถ้ำหลวงทางเจ้าหน้าที่วนอุทยานได้อนุญาตให้ผู้คนเข้าไปชมได้ แต่มีการกั้นแผงเอาไว้บริเวณปากทางเข้าเพื่อให้รถจอดบนถนนทางเข้าและให้เดินเท้าเข้าไประยะทางประมาณ 300 เมตร โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมได้ถึงบริเวณใกล้ปากถ้ำประมาณ 20 เมตรโดยมีการทำรั้วโลหะกั้นเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าไปในถ้ำอีก ซึ่งแม้จะเข้าไปได้ถึงจุดดังกล่าวก็พบว่ามีผู้คนต่างเดินทางไปชมอย่างต่อเนื่องโดยสามารถมองเห็นปล่องปากถ้ำด้านนอกได้ในระยะไกล รวมทั้งกราบสักการะศาลเจ้าแม่ดอยนางนอนรวมทั้งบรรยากาศของป่าเขาโดยรอบถ้ำ

ขณะที่บริเวณลานหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหน้าถ้ำหลวงพบว่าอาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินช่างไม้ยังคงนำศิลปินเริ่มนำเครื่องจักรเข้าไปปรับพื้นที่และถมดินเพื่อเตรียมก่อสร้างศาลาพิพิธภัณฑ์พร้อมเป็นที่ตั้งของรูปปั้นนาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซมที่เสียสละชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือดังกล่าว โดยปัจจุบันศิลปินนำโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงรายที่เป็นผู้นำในการก่อสร้างได้ออกแบบอาคารแล้วเสร็จแล้วและใช้งบประมาณส่วนตัวของอาจารย์เฉลิมชัยสร้างอย่างน้อย 10 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้คาดว่าแม้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้แต่ในช่วงวันหยุดยาวตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11 ส.ค.-จันทร์ที่ 13 ส.ค.นี้ จะมีนักท่องเที่ยวทะลักไปยังบริเวณถ้ำหลวงมากขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ยังคงกางเต๊นท์ไว้บริเวณทางเข้าไปยังศาลเจ้าแม่ดอยนางนอนและมีน้ำดื่มให้บริการอีกด้วย

ด้านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย กล่าวว่ากรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือนว่าร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 10 – 14 ส.ค.นี้ ภาคเหนือ 17 จังหวัดรวมถึง จ.เชียงราย อาจมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยปริมาณฝนสะสมที่เพิ่มขึ้นซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมแม่น้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขา ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสถานการณ์และ ข้อมูลข่าวสารทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดด้วย

 


แหล่งข้อมูล : มติชนออนไลน์


Comments are closed.

Check Also

ทั่วโลกแห่ชื่นชม! ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สได้ยอดเยี่ยม

ส่องคอมเมนต์..ทั่วโลกต่างชื่นชม ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สได้ยิ่งใหญ่ มีเอ…