อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขยายฐานปฏิบัติการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน จากพายุลูกเห็บ จากภาคเหนือตอนล่าง มาที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควบคู่กับการทำฝนหลวงช่วยภัยแล้งในปีนี้ พร้อมโชว์เครื่องบินแบบปรับความดัน Super king air บรรทุกสารทำฝนหลวง ซิลเวอร์ไอโอดิน ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับแกนผลึกน้ำแข็งในธรรมชาติ ยิงเข้าไปในก้อนเมฆ จุดที่มีการแจ้งเตือนการก่อตัวเป็นพายุลูกเห็บ ผ่านเรดาร์ ของศูนย์ควบคุม ทำให้ลูกเห็บที่เกาะตัวเป็นน้ำแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นเม็ดน้ำกลายเป็นน้ำฝน ลดความสูญเสียจากพายุลูกเห็บที่จะเกิดขึ้น และใช้ปฏิบัติการได้ผลกับพายุลูกเห็บมาแล้ว

วันที่ 13 มีนาคม 2561 เวลา 10.00 น ที่ ห้องประชุม ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง พร้อมประเมินสถานการณ์และเตรียมรับมือพายุลูกเห็บ ที่จะเกิดขึ้นในภาคอีสาน โดยมีนางสาววาสนา วงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมรายงานการปฏิบัติงานและสถานการณ์ในพื้นที่

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวภายหลังประชุมติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ว่า จากสภาวะภัยแล้งบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ตลอดจนภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันความรุนแรงจากการเกิดพายุลูกเห็บได้ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายแก่ประชาชน รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตร กรมฝนหลวงฯและการบินเกษตร ตระหนักถึงความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว ซึ่งถือเป็นภารกิจตามยุทธศาสตร์ของกรมฝนหลวง ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาภัยพิบัติและด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการดัดแปลงสภาพอากาศ จึงได้สั่งการให้ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น เตรียมความพร้อม เพิ่มเติมจากการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวัน เพื่อยับยั้งความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ โดยใช้เครื่องบินแบบปรับความดัน Super King Air และนำสารฝนสวนหลวงซิลเวอร์ไอโอไดด์ ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับแกนของผลึกน้ำแข็งในธรรมชาติ ยิงใส่เข้าไปภายในก้อนเมฆที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เพื่อเร่งกระบวนการทางธรรมชาติทำให้ผลึกน้ำแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นเม็ดน้ำ โดยที่ผลึกน้ำแข็งจะละลายตกลงมาเป็นน้ำฝน ซึ่งจะช่วยบรรเทาความรุนแรงและความเสียหายอันเกิดจากพายุลูกเห็บลงได้ ทั้งนี้กรมฝนหลวงได้จัดเครื่องบิน Super King Air เตรียมพร้อมปฏิบัติการไว้ที่กองบิน 46 จ.พิษณุโลก ซึ่งจะสามารถขึ้นบินปฏิบัติการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ทันทีในภาวะที่สภาพอากาศมีโอกาสเกิดพายุลูกเห็บ

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ทางการเกษตรและภารกิจในการเติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำต่างๆของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมฝนหลวงได้มีแผนจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 2 หน่วยได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดอุดรธานี และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมาโดยได้ตั้งฐานเติมฝนหลวงเพิ่มขึ้นอีก 1 ฐาน ที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงให้ครอบคลุมทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเน้นการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด การปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นกับป่าไม้และการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเติมน้ำให้เขื่อนหลักทั้ง 12 เขื่อน

นอกจากนี้ยังได้ประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ในการแจ้งแผนและผลปฏิบัติการอาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัด เป็นต้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ด้วย อย่างไรก็ตามประชาชนและเกษตรกรสามารถแจ้งการขอรับบริการฝนหลวง เพื่อบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ การแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า หรือพายุลูกเห็บ ได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องได้ทางเพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตรหรือเว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายสุรสีห์ กล่าว

 


แหล่งข้อมูล : มติชนออนไลน์


Comments are closed.

Check Also

“ชลประทานที่8″การันตีแม้ฝนทิ้งช่วง 5 เขื่อนโคราชยังมีน้ำเหลือเฟือ ไม่เดือดร้อนถึงแล้งปีหน้า

Facebook473TwitterGoogle+0Pinterest0“ผอ.ชลประทานที่ 8” … …